หน้าหลัก | ระเบียบ/ข้อบังคับ | ส่วนจัดการศึกษา | สภาวิชาการ | หลักสูตร | สิ่งตีพิมพ์ | คัมภีร์พุทธศาสน์ | ผลงานวิชาการ | ตำแหน่งวิชาการ | กิตติมศักดิ์ | ประกัน | โทรศัพท์ | บันทึกงาน | admin

คัมภีร์พุทธศาสน์

มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

รายชื่อ | สถิติ


ดูรายละเอียด
ชื่อ ัคัมภีร์วิสุทธิมรรค ภาค ๒ เล่ม ๒
ISBN 978-616-300-665-3
ภาษา ไทย
ประเภท ทุติยภูมิ
ตีพิมพ์ปี ปี2563
จำนวน 500
ผู้ปริวรรต คณาจารย์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
โรงพิมพ์ กองวิชาการ สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
หมายเหตุ คู่มือ วิสุทธิมรรค ปกรณ์วิเสส ภาค ๒ เล่ม ๒ นี้ มีเนื้อหาประกอบด้วย ๓ นิเทศ คือ (๑๑) สมาธินิเทศ แสดงวิธีการเจริญอาหาเรปฏิกูลสัญญากัมมัฏฐาน กับจตุธาตุววัตถานกัมมัฏฐาน อันเป็นกัมมัฏฐานหมวดสุดท้ายในการเจริญสมถกัมมัฏฐาน ๔๐ ประการ (๑) อาหาเรปฏิกูลสัญญา หมายถึง การทำความสำคัญว่าเป็นของปฏิกูลในอาหาร โดยมุ่งพิจารณาไปที่กวฬิงการาหาร อาหารที่เป็นคำๆ ทั้งโดยการแสวงหา การบริโภค การหมักหมม และการขับถ่ายเป็นต้น (๒) จตุธาตุววัฏฐาน เป็นการกำหนดพิจาณาธาตุ ๔ คือ ปฐวีธาตุ (ธาตุดิน) อาโปธาตุ (ธาตุน้ำ) เตโชธาตุ (ธาตุไฟ) วาโยธาตุ (ธาตุลม) เป็นอารมณ์ โดยการพิจารณาอวัยวะในร่างกายที่เป็นธาตุนั้น ๆ เช่น กำหนดพิจารณาผม และขน เป็นปฐวีธาตุ พิจารณาสิ่งที่มีลักษณะเอิบอาบ เช่น น้ำดี น้ำเสลด เป็นอาโปธาตุ พิจารณาสิ่งที่มีลักษณะอบอุ่นเป็นเตโชธาตุ พิจารณาสิ่งที่มีลักษณะไหว เป็นวาโยธาตุ การกำหนดพิจารณาในธาตุทั้งหลายเหล่านี้ ย่อมเป็นเหตุให้เพิกถอนอัตตสัญญาความสำคัญหมายในความเป็นสัตว์บุคคลออกได้ จนไม่เกิดความยินดียินร้ายในอารมณ์เหล่านั้น เป็นเหตุให้จิตมีสมาธิมากยิ่งขึ้น (๑๒) อิทธิวิธนิเทศ แสดงเรื่องอภิญญา ท่านพูดถึงอภิญญา ๕ ประการ คือ (๑) อิทธิ-วิธญาณ การแสดงฤทธิ์ต่าง ๆ ได้ (๒) ทิพพโสตธาตุญาณ การรู้ดุจได้ยินด้วยโสตธาตุอันเป็นทิพย์ (๓) เจโตปริยญาณ การกำหนดรู้ใจผู้อื่นได้ (๔) ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ การระลึกชาติหนหลังได้ (๕) จุตูปปาตญาณ การรู้การจุติและอุบัติของสัตว์ทั้งหลายได้ ท่านขยายความ (๑) อิทธิวิธญาณ ไว้ว่า การที่บุคคลจะแสดงฤทธิ์ต่าง ๆ ได้นั้น จะต้องฝึกฝนให้เกิดความชำนาญในการเข้าฌาน ในการออกจากฌานตามลำดับ โดยที่สุดแม้การกำหนดอารมณ์ การกำหนดองค์ฌานก็ต้องทำให้เกิดความชำนาญด้วยอาการ ๑๔ อย่าง มีการเข้าฌานไปตามลำดับกสิณเป็นต้นจึงจะแสดงฤทธิ์ต่าง ๆ ได้ ซึ่งมีถึง ๑๐ ประการ คือ ฤทธิ์ที่อธิษฐาน ฤทธิ์ที่แสดงได้ต่าง ๆ ฤทธิ์ที่สำเร็จด้วยใจ ฤทธิ์ที่แผ่ไปด้วยญาณ ฤทธิ์ที่แผ่ไปด้วยสมาธิ ฤทธิ์ของพระอริยะ ฤทธิ์ที่เกิดจากผลกรรม ฤทธิ์ของท่านผู้มีบุญ ฤทธิ์ที่สำเร็จมาจากวิชชา ฤทธิ์ที่ประกอบโดยชอบในส่วนนั้นเป็นปัจจัย ต่อจากนั้นท่านได้แสดงมูลเหตุของการเกิดฤทธิ์ว่ามาจากจิตที่ไม่หวั่นไหวด้วยอาการ ๑๐ อย่างที่ชื่อว่า “อาเนญชะ” มีจิตที่ไม่ฟุบลง จิตไม่ฟูขึ้นเป็นต้น ท่านแสดงพร้อมทั้งยกตัวอย่างบุคคลที่แสดงฤทธิ์ได้ (๑๓) อภิญญานิเทศ แสดงเรื่องอภิญญาที่เหลือจากนิเทศที่ผ่านมา คือ (๒) ทิพพโสตธาตุ การได้ยินเสียง ๒ อย่าง ทั้งเสียงทิพย์และเสียงมนุษย์ (๓) เรื่องเจโตปริยญาณ การกำหนดรู้จิต ๑๖ ประเภท เช่น จิตมีราคะหรือจิตปราศจากราคะเป็นต้น (๔) เรื่องปุพเพนิวาสานุสสติญาณ การระลึกถึงขันธ์ที่เคยอยู่อาศัยในกาลก่อนในชาติปางก่อน ว่าเคยทำกุศลหรืออกุศลอะไรไว้ (๕) เรื่องจุตูปปาตญาณ การกำหนดรู้ความเกิดและความดับของสัตว์ทั้งหลายว่าเป็นไปตามกรรม ที่เป็นเหตุให้ไปเกิดในสุคติและทุคติเป็นต้น และเรื่องเบ็ดเตล็ดในอภิญญา



ดูรายละเอียด
ชื่อ คัมภีร์วิสุทธิมรรค ภาค ๒ เล่ม ๑
ISBN 978-616-300-664-6
ภาษา ไทย
ประเภท ทุติยภูมิ
ตีพิมพ์ปี ปี2563
จำนวน 500
ผู้ปริวรรต คณาจารย์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
โรงพิมพ์ กองวิชาการ สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
หมายเหตุ คู่มือ วิสุทธิมรรค ปกรณ์วิเสส ภาค ๒ เล่ม ๑ เล่มนี้ มีเนื้อหาประกอบด้วย ๓ นิเทศ คือ (๘) อนุสสติกัมมัฏฐานนิเทศ แสดงวิธีการเจริญอนุสสติกัมมัฏฐานที่เหลืออีก ๔ ประการคือ (๗) มรณานุสสติ การพิจารณาความตายเป็นอารมณ์ เพื่อข่มนิวรณ์ทั้งหลาย (๘) กายคตาสติ พิจารณากายเป็นอารมณ์ (๙) อานาปานสติ พิจารณาลมหายใจออก หายใจเข้าเป็นอารมณ์ โดยการศึกษาสนธิ ๕ มนสิการ ๘ วิธีให้เข้าใจกำหนดลม ๑๖ ขั้น จนมีอานิสงส์ให้ได้บรรลุอรหัตตผล (๑๐) อุปสมานุสสติ การระลึกนึกถึงพระนิพพานเป็นอารมณ์พร้อมทั้งอานิสงส์ที่เกิดขึ้นในการเจริญกัมมัฏฐานแต่ละอย่าง (๙) พรหมวิหารนิเทศ แสดงวิธีการเจริญพรหมวิหารกัมมัฏฐาน ๔ ประการ คือ (๑) เมตตากัมมัฏฐาน ฝึกเจริญเมตตาทั้งโดยเจาะจง โดยไม่เจาะจง และโดยไม่มีประมาณ พร้อมทั้งอานิสงส์เมตตา ๑๑ ประการ (๒) กรุณากัมมัฏฐาน การเจริญกรุณาแผ่ความปรารถนาดีไปในบุคคลและสัตว์ทั้งหลาย (๓) มุทิตากัมมัฏฐาน การเจริญมุทิตาแผ่ความยินดีไปในบุคคลที่คุ้นเคยกันก่อนจึงไปในบุคคลที่ไม่คุ้นเคยกัน (๔) อุเบกขากัมมัฏฐาน ฝึกแผ่ความวางเฉยไปในบุคคลทั้งหลายซึ่งเป็นที่รักและไม่เป็นที่รัก วางใจเป็นกลางในความสุขและความทุกข์ของสัตว์เหล่านั้น ท่านได้อธิบายโดยละเอียดพร้อมทั้งโทษของการไม่เจริญและอานิสงส์ของการเจริญพรหมวิหาร เพราะเป็นเหตุแห่งอัปปนาฌาน (๑๐)อารุปปนิเทศ แสดงวิธีการเจริญอารุปปกัมมัฏฐานซึ่งเป็นขั้นตอนต่อจากการเจริญรูปกัมมัฏฐานเบื้องต้นที่ผ่านมาแล้ว ได้แก่ (๑) อากาสานัญจายตนฌาน การกำหนดพิจารณาอากาศคือช่องว่างอันหาที่สุดมิได้เป็นอารมณ์ (๒) วิญญาณัญจายตนฌาน การกำหนดพิจารณาวิญญาณอันหาที่สุดมิได้เป็นอารมณ์ (๓) อากิญจัญญายตนฌาน การกำหนดพิจารณาภาวะที่ไม่มีอะไร ๆ เป็นอารมณ์ (๔) เนวสัญญานาสัญญายตนฌาน การกำหนดพิจารณาการเข้าถึงภาวะมีสัญญาก็ไม่ใช่ ไม่มีสัญญาก็ไม่ใช่เป็นอารมณ์ โดยแสดงวิธีการปฏิบัติเป็นขั้นตอนต่อกันไปอย่างละเอียดพร้อมอานิสงส์แห่งการเจริญอารูปฌาน



ดูรายละเอียด
ชื่อ ัคัมภีร์วิสุทธิมรรค ภาค ๑ เล่ม ๒
ISBN -
ภาษา ไทย
ประเภท ทุติยภูมิ
ตีพิมพ์ปี ปี2563
จำนวน ๑๐ (ปรินท์ออนดิมานต์)
ผู้ปริวรรต คณาจารย์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
โรงพิมพ์ กองวิชาการ สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
หมายเหตุ คู่มือ วิสุทธิมรรค ปกรณ์วิเสส ภาค ๑ เล่ม ๒ นี้ มีเนื้อหาประกอบด้วย ๕ นิเทศ คือ (๓) กัมมัฏฐานคหณนิเทศ แสดงถึงข้อปฏิบัติเบื้องต้น ก่อนที่ผู้ปฏิบัติจะลงมือปฏิบัติกัมมัฏฐาน นั่นคือให้เข้าใจการตัดความกังวล ๑๐ ประการมีความกังวลเรื่องที่อยู่ ความกังวลเรื่องตระกูลเป็นต้น ให้เรียนรู้กัมมัฏฐาน ๒ อย่างมีการแผ่เมตตาในเพื่อนภิกษุเป็นต้น รวมทั้งศึกษาให้รู้ลักษณะของผู้ที่จะเป็นอาจารย์ที่ตนควรเข้าไปหา เรียนรู้ถึงจริตจริยาแล้วจึงวินิจฉัยกัมมัฏฐาน ๔๐ ประการ เพื่อให้ผู้ปฏิบัติเข้าใจเสียก่อน ก่อนที่จะตัดสินใจมอบตัวลงเป็นศิษย์ของอาจารย์ท่านใด เพื่อไม่เกิดความผิดพลาดและเสียใจภายหลัง (๔) ปถวีกสิณนิเทศ เมื่อท่านแสดงวิธีการแสวงหาครูอาจารย์และสถานที่ที่ควรแก่การปฏิบัติกัมมัฏฐานแล้ว จึงแสดงวิธีการเจริญปถวีกสิณกัมมัฏฐานโดยพิสดาร เริ่มแต่การแสวงหาดินสีต่าง ๆ ที่จะนำมาทำดวงกสิณ วิธีการเพ่งพิจารณาจนได้นิมิต การรักษานิมิต และความฉลาดในอุบายที่จะทำให้อัปปนาฌานที่เรียกว่าอัปปนาโกศลเกิด มีการทำวัตถุให้สะอาด และการทำอินทรีย์ให้เสมอกันเป็นต้น ทั้งความฉลาดในการเจริญกัมมัฏฐานในระดับฌานทั้ง ๔ มีปฐมฌานเป็นต้น (๕) เสสกสิณนิเทศ ท่านแสดงกสิณกัมมัฏฐานที่เหลืออีก ๙ อย่าง คือ อาโปกสิณ การเพ่งน้ำเป็นอารมณ์ เตโชกสิณ การเพ่งไฟเป็นอารมณ์ วาโยกสิณ การเพ่งลมเป็นอารมณ์ นีลกสิณ การเพ่งวัตถุสีเขียวมีดอกไม้เป็นต้นเป็นอารมณ์ ปีตกสิณ การเพ่งวัตถุสีเหลืองมีดอกไม้เป็นต้นเป็นอารมณ์ โลหิตกสิณ การเพ่งวัตถุสีแดงมีดอกไม้เป็นต้นเป็นอารมณ์ โอทาตกสิณ การเพ่งวัตถุสีขาวมีดอกไม้เป็นต้นเป็นอารมณ์ อาโลกกสิณ การเพ่งแสงสว่างเป็นอารมณ์ และปริจฉินนาสกสิณ การเพ่งช่องว่างเป็นอารมณ์ พร้อมทั้งความฉลาดและผลที่เกิดขึ้นจากการเจริญกสิณเหล่านี้ (๖) อสุภกัมมัฏฐานนิเทศ ท่านแสดงวิธีการเจริญอสุภกัมมัฏฐาน ๑๐ ประการ ได้แก่ (๑) อุทธุมาตกอสุภะ พิจารณาซากศพที่พองขึ้น (๒) วินีลกอสุภะ พิจารณาซากศพที่มีสีเขียว (๓) วิปุพพกอสุภะ พิจารณาซากศพที่มีน้ำหนองไหล (๔) วิฉิทกอสุภะ พิจารณาซากศพที่ขาดแยกจากกัน (๕) วิขายิตกอสุภะ พิจารณาซากศพที่ถูกสัตว์กัดกิน (๖) วิกขิตตกอสุภะ พิจารณาซากศพที่กระจัดกระจายอยู่ (๗) หตวิกขิตตกอสุภะ พิจารณาซากศพที่ถูกฟันกระจัดกระจาย (๘) โลหิตกอสุภะ พิจาณาซากศพที่มีโลหิตเปรอะเปื้อน (๙) ปุฬวกอสุภะ พิจาณาซากศพที่เต็มไปด้วยหมู่หนอน (๑๐) อัฏฐิกอสุภะ พิจารณาซากศพที่เหลือแต่ร่างกระดูก แสดงวิธีการไป การมา การพิจารณาในแต่ละประเภท จนถือเอานิมิตต่างๆ วิธีการผูกจิตไว้ในนิมิตนั้น ทำให้เกิดความชำนาญ จนเป็นเหตุให้เกิดปฐมฌานขึ้น สามารถบรรเทาราคะลงได้ (๗) ฉอนุสสตินิเทศ แสดงวิธีการเจริญฉอนุสสติกัมมักฐาน ๖ ได้แก่ (๑) พุทธานุสสติ การระลึกถึงพระพุทธเจ้าเป็นอารมณ์ (๒) ธัมมานุสสติ การระลึกถึงพระธรรมเป็นอารมณ์ (๓) สังฆานุสสติ การระลึกถึงพระสงฆ์เป็นอารมณ์ (๔) สีลานุสสติ การระลึกถึงศีลเป็นอารมณ์ (๕) จาคานุสสติ การระลึกถึงการบริจาคเป็นอารมณ์ (๖) เทวตานุสสติ การระลึกคุณมีศรัทธาเป็นต้นที่ทำให้เป็นเทวดาเป็นอารมณ์ ท่านอธิบายวิธีการเจริญอนุสสติเหล่านี้เป็นอารมณ์อย่างละเอียด พร้อมทั้งแสดงอานิสงส์ที่เกิดขึ้นจากการเจริญอนุสสติกัมมัฏฐานแต่ละอย่าง มีการทำให้องค์ฌานเกิดขึ้นเป็นต้น


ทั้งหมด: 81 เล่ม, จำนวน : 1 หน้าจากทั้งหมด 27 หน้า,
First Page | « | 1 2 3 4 5 6 | » | Last Page | go to :



กองวิชาการ สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย  
๗๙ หมู่ ๑ ห้อง ๓๐๕ สำนักงานอธิการบดี ต.ลำไทร อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ๑๓๑๗๐ โทร. ๐๓๕-๒๔๘-๐๑๓ ต่อ ๘๗๖๗  
ติดต่อ mail : sura145@mcu.ac.th